หัวเสาทีมชาติ เปิดใจถึงอดีตในการเลือกมาเล่น รวมถึงพาทีมประสบความสำเร็จ

หัวเสาทีมชาติ ‘วอลเลย์บอลคือกีฬาที่เปลี่ยนแปลงชีวิต’

หัวเสาทีมชาติ สหพันธ์วอเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้สัมภาษณ์ อรอุมา สิทธิรักษ์ ผ่านทางเว็บ ถึงการบรรลุผลของการเล่นวอลเลย์บอล ในตอนก่อนหน้านี้ กัปตันกลุ่มจากไดมอนด์ ฟู้ด วีซี เป็น 1 ใน 7 นักตบระดับพระรอยดำของทีมชาติไทย หรือ “7 เซียน” ที่ยังโลดแล่นอยู่บนผืนยางในเดี๋ยวนี้ แล้วก็ยังพาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จเยอะแยะในเวทีระดับโลก

“อรเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเทศไทย ตอนเด็กๆอร ต้องการเป็นอาจารย์หรือไม่ก็หมอ ครั้งคราวก็ต้องการเป็นทหารด้วย เนื่องจากว่าอาชีพกลุ่มนี้มีรายได้ป้อมอาจซึ่งสามารถช่วยเหลือครอบครัวของอรได้” อรอุมา กล่าวกับ FIVB “อรมิได้ฝันถึงการเป็นนักกีฬาอาชีพเลยด้วยตราบจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นนักกรีฑาประเภทลู่ อรเริ่มวิ่งเมื่ออายุหกขวบ รวมทั้งในขณะนั้นก็ได้ทำความเข้าใจเรื่องระเบียบ”

หัวเสาทีมชาติ

“ตอนเรียนหนังสือ ความพึงพอใจในกีฬาวอลเลย์บอลของอรเริ่มตั้งแต่อายุ 10 ขวบ อรเห็นผู้เล่นรุ่นพี่พวกนี้ที่ได้ออกไปเที่ยวแล้วก็เดินทางทั่วประเทศเพื่อเล่นวอลเลย์บอล

ซึ่งกระตุ้นให้อรเปลี่ยนแปลงมาเล่นวอลเลย์เพราะอรถูกใจไอเดียของการได้มองเห็นสถานที่ต่างๆกันไป” ทำยังไงดี

“นักกีฬาจะต้องมีระเบียบแล้วก็ต้องทำงานมากตลอดระยะเวลา ควรจะมีความสามัคคีในกลุ่มอยู่เป็นประจำ และก็คุณสามารถบรรลุจุดประสงค์นั้นได้ด้วยการเคารพผู้ฝึกสอน

และยอมรับฟังเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มของคุณ เวลาชิงชัยคุณจำเป็นที่จะต้องทำไปทีละลำดับตอน คุณต้องมุ่งเน้นรวมทั้งทำให้เยี่ยมที่สุดในการแข่งแต่ละครั้ง”

“วอลเลย์บอลเปลี่ยนแปลงชีวิตของอร อรมีเพื่อนร่วมงานที่สุดยอด แล้วก็อรก็มี งานที่สุดยอด อรจะไม่มายืนอยู่ตรงนี้เดี๋ยวนี้ ถ้าเกิดมิได้ วอลเลย์บอลช่วย” สำหรับอรอุมา กำเนิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2529 ที่ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มติดกลุ่มชาติไทยในปี 2549 และก็คว้ารางวัลเกียรติยศครั้งแรกได้ในอีก 3 ปีถัดมา กับตำแหน่งผู้เล่นมีคุณค่าในการชิงชัยวอลเลย์บอลหญิง ชิงชนะเลิศทวีปเอเชีย 2009

รวมทั้งยังพาทีมชาติไทย ได้แชมป์ทวีปเอเชีย 2 ยุค (2009, 2013) รวมทั้งแชมป์เอวีซี คัพ 2012 นอกเหนือจากนั้นยังมีเหรียญทองแดง แล้วก็เหรียญเงินสำหรับเพื่อการชิงชัยกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 และก็ 2018 ตำลำดับ รวมทั้ง 6 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์

หัวเสาทีมชาติ

  • ในวันที่สนามวอลเลย์เงียบเหงา

กระแสสังคมไทยในตอนนี้ กำลังตื่นตัวจากการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกำลัง เป็นปัญหาสำคัญ ที่สร้างความย่ำแย่ ไปทั้งโลก จุดกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น จนถึงขยายตัวกว้าง แพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย กระทั่งตอนนี้ แพร่ระบาดไปถึงทวีปยุโรป, อเมริกา รับประทานพื้นที่ไปแล้ว 50% ของโลก ผลจากการแพร่ระบาด ของโควิด-19 จนถึงมีผู้ติดเชื้อ ในหลายประเทศ รวมถึงเมืองไทย ทำให้ภาครัฐ จะต้องออก มาตรการเฝ้าระวังอย่างเร่งด่วน

ที่จริงแล้ว กิจกรรม บางรายการได้ถูกเลื่อนออกไป ได้แก่ วอลเลย์บอลชายหาด U19 ชิงชนะเลิศทวีปเอเชีย ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งแน่ๆว่า มีนักกีฬานานัปการ ประเทศร่วมชิงชัย รวมทั้ง ด้วยเหตุการณ์อย่างนี้ ยิ่งน่ากังวล เรื่องความปลอดภัย ก็เลยยกเลิกไปก่อน ในช่วงเวลาที่วอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีกยังคงปฏิบัติงานแข่งถัดไป แม้กระนั้น “ไม่ให้ผู้ชมเข้าสนาม”

ภายหลังที่มีการเสนอข่าวสารเรื่องนี้ออกไป คอมเมนท์ทางโซเชียลก็เห็นด้วยกับมาตรการอย่างนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีการระบาดเป็นวงกว้าง แต่การป้องกันเอาไว้ก่อนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าที่มีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่า แล้วเพราะอะไรถึงมีหน้าจอยักษ์ให้ดูบริเวณหน้าสนาม วอลเลย์บอล

เนื่องมาจากตอนประกาศยกเลิกไม่ให้ เข้าชมเกม ซึ่งแฟนลูกยางบางท่าน ไม่เคยรู้ข่าว เดินทางมาถึง หน้าสนามแล้ว ไม่อาจจะเข้าไปดูได้ บางคนก็เดินทางมาจากต่างจังหวัด ก็ไม่สามารถ ที่จะเข้าชมได้ ก็เลยได้จัดส่วนนี้ไว้รองรับ ทุกๆคนที่จะเข้าสนาม จะต้องวัดไข้ และก็มีแอลกฮอล์ ให้ล้างมือก่อนเข้าสนาม ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการสนาม นักกีฬา ผู้ตัดสิน ทุกคนจะต้องผ่านการ การคัดเลือกกรองก่อน

หลายประเทศที่มีการแพร่ระบาด ก็ทำในลักษณะอย่างนี้ เช่นกัน เป็นไม่ให้ผู้ชมเข้าสนาม เช่น ประเทศเกาหลีใต้ (ในเวลานี้เลื่อนการแข่งขันชิงชัยออกไปไม่มีกำหนด), อิตาลี ประเทศญี่ปุ่น (กลุ่มชายแข่งแบบเงียบเหงาในรอบชิงแชมป์) ดูบอลสด

เอาจริงๆ ก็เป็นบรรยากาศที่ผิดตา สนามโล่งๆที่ไม่มีคนมอง ซึมเซาไปชัดเจน ซึ่งการปลอดคนมองในสนามส่งผลต่อบ้างต่อนักกีฬา เพราะว่าเคยได้มีโอกาสพูดคุยกับสตาฟโค้ชถึงการไร้คนมองในสนาม ผู้ฝึกสอนบางคนก็พูดว่า ส่งผลในทางของการกระตุ้น แม้มีเสียงเชียร์ก็จะช่วยให้บรรยกาศในกลุ่มมีพลัง มีความฮึกเหิม พอมาแข่งขันสนามเฉยๆบรรยากาศในกลุ่มก็เงียบตามไปด้วย

เท่าที่รับทราบข้อมูล ณ ตอนนี้ ยังคงไม่ให้แฟนวอลเลย์บอล เข้าชมเกมภายในสนาม ไปจนกว่า จะมีการประกาศจากสมาคม อีกครั้ง ทั้งที่เดอะมอลล์ โคราช ในเกมนัดสุดท้ายของเลก 2 และศูนย์กีฬา เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น กับ เดอะมอลล์ บางกะปิ ในรอบไฟนัลส์ หวังว่า สถานการณ์จะดีขึ้น ในเร็วนี้ ไม่อยากให้ บรรยากาศในวัน รับแชมป์ต้องมีเพียงนักกีฬาที่ร่วมฉลองในสนามเท่านั้น ทิ้งท้ายด้วยความน่ารักของทีมอิโมโค โคเนยาโน